คนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์น่าจะต้องคุ้นเคยกับปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นสิ่งที่ต้องเจอทุกวัน! โดยเฉพาะในช่วงจังหวะที่ร้านค้าของเราเริ่มติดตลาด มีลูกค้าสนใจ ติดต่อเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ปริมาณงาน และทีมงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่ต้องคิดควบคู่ไปด้วยคือการนำเทคโนโลยี เข้ามาช่วยปรับปรุงพัฒนาขั้นตอนการทำงานให้ง่ายกับเรา และสะดวกต่อลูกค้ามากยิ่งขึ้น
สำหรับคนที่กำลังทำธุรกิจอยู่ในระยะแรกเริ่ม หรือเริ่มที่จะต้องการขยายขนาดของธุรกิจ ก็คงจะอยากทำให้ธุรกิจพัฒนาและเติบโต ดังนั้นในฐานะเจ้าของธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล คุณจำเป็นต้องมีเวลา และพื้นที่ในสมองมาคิดหาวิธีต่อยอดไอเดีย พัฒนาสินค้า หรือหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ทว่าด้วยปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การรับมือแบบมือเปล่า ทำทุกอย่างแบบ Manual อาจจะไม่ค่อย Healthy กับธุรกิจ และสุขภาพจิตใจของผู้ประกอบการตัวเล็กๆ ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากจะแนะนำ tools ตัวช่วยเจ๋งๆ ที่จะช่วยลด Operations workload ของร้านค้าออนไลน์ ให้คุณมีเวลามากขึ้น จัดการร้านค้าได้ดียิ่งขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการตั้งแต่ “ขาย - เช็คสต็อก - ส่งของ - รักษาลูกค้า” ที่มีคนคิดค้นมาให้แล้วว่ามัน “เวิร์คจริง!”
ตัวช่วยแรกที่ร้านค้าออนไลน์ต้องนึกถึง! เมื่อธุรกิจต้องการขยาย Scale เจ้าของร้านไม่ควรจะต้องมาเป็นคนนั่งตอบแชทลูกค้าเองทุกแชทแบบในระยะเริ่มต้นแล้ว ในเบื้องต้นอาจจะหาคนมาทำหน้าที่แอดมินตอบแชทให้แทน แต่คุณรู้ไหมว่าแอดมินตอบแชทเก่งๆมีคุณภาพ ไม่ใช่หากันได้ง่ายๆ จากที่เคยคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่ทำธุรกิจออนไลน์หลายธุรกิจมาสักพัก เขาบ่นให้ฟังว่าบางครั้งแอดมินที่บริษัทเค้าจ้างไว้ ตอบแชทลูกค้าช้า ทำให้ลูกค้าหายไปแบบไม่กลับมาอีกเลย พลาดโอกาสการขายไปอย่างน่าเสียดาย
ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน่าปวดหัวเหล่านี้ และเป็นการลดต้นทุน หลายๆ ธุรกิจที่อยู่ในตลาดมาสักพัก มักหันมาพึ่งพาเทคโนโลยี Customer Service Software ที่ไว้ใจได้แทน อาทิ ใช้บริการแชทบอท AI ตัวอย่างเช่น แชทบอทของ deeple ที่ออกแบบแชทบอทด้วย AI ให้สามารถตอบคำถาม และปิดการขายได้ 24 ชม. ไม่ต้องกังวลเรื่องจ้างแอดมินเพิ่มอีกเลย เอาทรัพยากรคน และเวลาไปคิดพัฒนาธุรกิจต่อได้แบบสวยๆ
2. Stock Management System ระบบจัดการสต็อกสินค้า เข้า-ออก-ของขาด รู้หมด!
สินค้าสำหรับขายวางแน่นเต็มบ้าน ปวดประสาททุกครั้งเวลาต้องมานับสต็อกของ บางทีของหาย ของเกิน ต้องนับใหม่ สั่งของเพิ่ม งงไปหมด ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องเจอกับสิ่งนี้ ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณคือคนขายของออนไลน์ตัวจริงเสียงจริง และขอแสดงความยินดีอีกครั้งที่จะได้แจ้งคุณทราบว่า เดี๋ยวนี้เค้ามีเทคโนโลยีช่วยบริหารจัดการสต็อกสินค้าอย่างเป็นระบบแล้ว ไม่ต้องเรียกคนมาช่วยกันนั่งนับกันเอง จดมือให้ปวดหัวอีกต่อไป Tools ที่ว่านี้สามารถบอกจำนวนสินค้าทั้งหมดในคลัง แยกให้เสร็จสรรพด้วยว่าเป็นสินค้าพร้อมขาย ใกล้หมด หรือหมดแล้ว ดูจำนวนสต็อกเข้า-ออกได้ด้วย ซึ่งทำให้ทุกสิ้นเดือน สิ้นปีง่ายขึ้นอีกสำหรับการทำบัญชีร้าน ผู้ให้บริการที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง ได้แก่ Zort และ xcommerce เป็นต้น
3. Order & Shipping Management System ระบบจัดการคำสั่งซื้อและจัดส่งระดับโปร
งานเหล่านี้เป็นงานที่หนัก และกินเวลาเยอะมาก การใช้เทคโนโลยีมาช่วยลดงานในส่วนนี้ จะช่วยประหยัดเวลา และที่สำคัญจะลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ไปได้เยอะมาก อาทิ สรุปคำสั่งซื้อผิด แพ็คของผิด เขียนชื่อที่อยู่ผิด โอกาสผิดพลาดจากการใช้มนุษย์เพียวๆมาทำงานส่วนนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอน แม้จะระวัง ป้องกันขนาดไหนก็ตาม ปัจจุบันจึงมีระบบที่มาช่วยสรุปคำสั่งซื้อ และพิมพ์ชื่อ ที่อยู่ ใบเสร็จ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจัดส่งให้แบบไม่มีโป๊ะ เพราะว่าความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงของร้านค้า ลูกค้าที่เจออะไรแบบนี้เพียงแค่ครั้งเดียว ก็มีสิทธิที่จะหายไปแบบไม่หวนกลับคืนมาอีกเลย หากสนใจ ลองหาข้อมูลจากผู้ให้บริการอำนวยความสะดวกด้านขนส่ง Shipnity ดูได้
4. Customer Relationship Management (CRM) System ระบบรักษาลูกค้าแบบมืออาชีพ
ไม่ว่าจะเป็นคนขายของออฟไลน์ หรือออนไลน์ การใช้ CRM Tools ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเริ่มนำมาพิจารณา หากต้องการ “รักษาความสัมพันธ์” กับลูกค้าในระยะยาว คนทำธุรกิจทุกคนที่ผ่านช่วงเริ่มต้นอันแสนทรหดมาได้ คงจะเข้าใจกันดีว่า “ลูกค้า” ไม่ได้หาได้ง่ายๆ เมื่อมีลูกค้าที่ไว้ใจใช้สินค้าหรือบริการของเราแล้ว เราควรรักษาเขาไว้อย่างยิ่ง ซึ่งการรักษาลูกค้าก็ต้องใช้ความพยายามเช่นกัน เราจึงควรมีฐานข้อมูลลูกค้า ไว้วิเคราะห์ข้อมูล Insights ของลูกค้า และช่องทางติดต่อ เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลข่าวสารไปถึงลูกค้าเก่าได้ หากเป็นอาเฮีย อาซ้อ เถ้าแก่สมัยรุ่นพ่อแม่เราก็อาจจะใช้วิธีจำชื่อ จำหน้าลูกค้ากันไว้ หรือบันทึกข้อมูลลงสมุด แต่ตอนนี้ในยุคของเราอะไรๆ ก็สะดวกขึ้น ยิ่งการขายของออนไลน์ทุกอย่างมาเร็วไปไว จะให้จำโปรไฟล์ลูกค้ารายคนคงไม่ไหว เราจึงควรใช้เครื่องมือที่ออกมาเหมาะสม สะดวก รวดเร็ว ให้สมกับการเป็นธุรกิจออนไลน์มืออาชีพ หากสนใจลองศึกษาจากผู้ให้บริการด้าน CRM เพิ่มเติม อาทิ salesforce หรือ Hubspot
ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีทั้งหมดนี้ มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกใช้บริการได้ตามความเหมาะสมกับรูปแบบ และขนาดของธุรกิจของเราได้ หรือหากสนใจอยากใช้หลายๆอย่าง เดี๋ยวนี้จะมีผู้ให้บริการบางแบรนด์ที่ควบรวม หลายๆ บริการที่จำเป็นสำหรับร้านค้าออนไลน์ไว้ในบริการเดียว (E-Commerce Solutions) ซึ่งน่าจะตอบโจทย์สำหรับร้านค้าออนไลน์ในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าสนใจก็ลองไปหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ ขอให้ธุรกิจของผู้อ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงประโยคนี้ประสบความสำเร็จกันนะ
REFERENCE:
http://www.sangarcheep.com/magazines/?p=3462
https://www.page365.net/all-articles/5-stock-inventory-app-free